ประวัติและพัฒนาการ

ที่สำคัญ

บริษัทมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี ในกลุ่มธุรกิจ ค่ายพัฒนาเยาวชน และ พัฒนาบุคลากรและความบันเทิง
โดยเริ่มต้นธุรกิจจากการค่ายพัฒนาการเรียนรู้เยาวนและค่ายลูกเสือ

โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัทมีพัฒนาการที่สำคัญ

ซึ่งสามารถสรุปแยกตามด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้

มีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวของคณะวิทยากรและทีมงานด้านการพัฒนาเยาวชน ภายใต้แนวคิดในการสร้างองค์กรที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ กิจกรรมสร้างสรรค์ และการพัฒนาศักยภาพของสังคม

นายกิตติศักดิ์ สมพันธ์ เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดในการจัดตั้งองค์กร และได้เรียนเชิญ นายราเมศ มุสิกานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาในขณะนั้น เข้ามามีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาและกำหนดแนวทางการพัฒนาองค์กร โดยมีจุดเริ่มต้นจากการทำงานร่วมกันในคณะวิทยากรด้านกิจกรรมลูกเสือและการพัฒนาเยาวชน

ด้วยประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษา นายราเมศ มุสิกานนท์ ได้ให้คำแนะนำอันทรงคุณค่าแก่คณะผู้ก่อตั้งมาโดยตลอด แม้จะปฏิเสธการรับตำแหน่งประธานบริษัท แต่ได้กรุณารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ขององค์กร

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา บริษัทได้นำแนวคิด หลักการ และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากท่านมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนและดำเนินงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยยึดถือเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

คุณูปการและคำแนะนำของท่านยังคงเป็นรากฐานสำคัญขององค์กร และเป็นแรงบันดาลใจให้คณะผู้บริหารและบุคลากรทุกคนสืบสานเจตนารมณ์แห่งการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และสังคมไทยต่อไป

มีจุดเริ่มต้นจากการรวมตัวของคณะวิทยากรและทีมงานด้านการพัฒนาเยาวชน ภายใต้แนวคิดในการสร้างองค์กรที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ กิจกรรมสร้างสรรค์ และการพัฒนาศักยภาพของสังคม

นายกิตติศักดิ์ สมพันธ์ เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดในการจัดตั้งองค์กร และได้เรียนเชิญ นายราเมศ มุสิกานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาในขณะนั้น เข้ามามีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาและกำหนดแนวทางการพัฒนาองค์กร โดยมีจุดเริ่มต้นจากการทำงานร่วมกันในคณะวิทยากรด้านกิจกรรมลูกเสือและการพัฒนาเยาวชน

ด้วยประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษา นายราเมศ มุสิกานนท์ ได้ให้คำแนะนำอันทรงคุณค่าแก่คณะผู้ก่อตั้งมาโดยตลอด แม้จะปฏิเสธการรับตำแหน่งประธานบริษัท แต่ได้กรุณารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ขององค์กร

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา บริษัทได้นำแนวคิด หลักการ และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากท่านมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนและดำเนินงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยยึดถือเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

คุณูปการและคำแนะนำของท่านยังคงเป็นรากฐานสำคัญขององค์กร และเป็นแรงบันดาลใจให้คณะผู้บริหารและบุคลากรทุกคนสืบสานเจตนารมณ์แห่งการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และสังคมไทยต่อไป

2568

บริษัท (เดิมชื่อ บริษัท สมาร์ทเลค จำกัด) ได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นจำนวน 10,000 บาท โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาธุรกิจด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ในระยะแรกของการดำเนินงาน บริษัทมุ่งเน้นการทดลองรูปแบบธุรกิจ ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค และพัฒนาศักยภาพภายในองค์กร ทั้งด้านบุคลากร ระบบงาน และแนวคิดการให้บริการ โดยเริ่มต้นจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าและสื่อข่าวสาร เพื่อสร้างฐานรายได้และการรับรู้ในตลาดต่อมาในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568 บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100,000 บาท เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และได้มีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ธุรกิจออนไลน์: มุ่งเน้นการผลิตสื่อดิจิทัล การประชาสัมพันธ์ และการสร้างแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ธุรกิจออฟไลน์: มุ่งเน้นการจัดกิจกรรม ค่ายอบรม สัมมนา และโครงการเพื่อสังคมในรูปแบบ Edutainmentการดำเนินงานในปี 2568 ถือเป็นช่วงสำคัญของการวางรากฐานองค์กร ทั้งในด้านโครงสร้างธุรกิจ ทิศทางการเติบโต และการสร้างตัวตนของแบรนด์ในตลาด

2569

ในปี พ.ศ. 2569 บริษัทได้ก้าวเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาเชิงกลยุทธ์และการยกระดับองค์กรอย่างชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 บริษัทได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจาก “บริษัท สมาร์ทเลค จำกัด” เป็น
“บริษัท สมาร์ทเวิร์ค เอดูเทนเมนท์ จำกัด”การเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์และทิศทางใหม่ขององค์กร ที่มุ่งเน้นการเป็นผู้นำด้าน Edutainment หรือการผสมผสานระหว่าง “การเรียนรู้” และ “ความบันเทิง” อย่างสร้างสรรค์และเป็นระบบภายหลังการปรับเปลี่ยนชื่อ บริษัทได้เดินหน้าพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเรียนรู้การออกแบบกิจกรรมและหลักสูตรที่ตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคดิจิทัลการยกระดับคุณภาพการให้บริการทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนนอกจากนี้ บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์องค์กร โดยมุ่งเน้นธุรกิจหลักที่มีศักยภาพสูง และลดบทบาทของกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางในระยะยาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนการดำเนินงานในปี 2569 จึงถือเป็นช่วงของ “การยกระดับองค์กร” จากการวางรากฐาน สู่การสร้างตัวตนที่ชัดเจน และการเติบโตอย่างมีทิศทางในระยะยาว